ดึงหน้า ย้อนวัย สวยทันใจ ด้วย Face Lift

ดึงหน้า ย้อนวัย สวยทันใจ ด้วย Face Lift

พุฒิภัทรคลินิก Puttiphat Clinic

เมื่อวันเวลาผ่านไป โครงสร้างใบหน้าก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ใบหน้าจากที่ดูอวบอิ่ม เต่งตึงเปล่งปลั่งสดใส กล้ามเนื้อที่เคยกระชับ แต่หารู้ไหมว่า เมื่ออายุย่าง 40 ปี เราก็จะพบว่าผิวของเราจะเริ่มเหี่ยวย่น หย่อนคล้อย เนื่องจากไขมันที่ใบหน้าเริ่มสลาย ยุบ ฝ่อตัว ไปบางส่วน ผิวหนังที่เคยเปล่งปลั่งก็จะเริ่มหม่นหมองและแห้งกร้านขึ้น รวมถึงกล้ามเนื้อบนใบหน้าเริ่มหย่อนคล้อย

 

        และถ้าหากเมื่ออายุเริ่มย่างเข้า 50 ปี ใบหน้าก็จะมีริ้วรอยเหี่ยวย่นมากขึ้น ไขมันที่อยู่บนใบหน้าโดยเฉพาะที่โหนกแก้มจะเริ่มบางลง ทำให้ผิวหนังตกลงมาอยู่ที่บริเวณเหนือมุมปาก ผิวหนังบริเวณขากรรไกร คาง ใต้คาง มีรอยย่นเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันที่คอก็มีรอยย่นเกิดขึ้นด้วย และอาจจะมีไขมันมาสะสมใต้คางทำให้เกิดมีเหนียงใต้คางอีกด้วย

 

        นอกจากไขมัน กล้ามเนื้อ และผิว ที่เสื่อมสภาพลงตามกาลเวลา การยุบตัวของกระดูก บางส่วนบนใบหน้าก็มีผลทำให้ผิวหย่อนคล้อยตกลงมา เนื่องจากไขมัน กล้ามเนื้อ ผิวหนัง ที่อยู่เหนือกระดูก แต่เดิมที่เคยอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม พอกระดูกซุดตัว ไขมัน กล้ามเนื้อ ผิวหนัง ก็จะซุดตัวลงอีกด้วย

ดึงหน้าคืออะไร?

ดึงหน้า (Face lift) คือ การแก้ปัญหาความหย่อยคล้อยของผิวหน้าที่มักมีสาเหตุหลักมาจากอายุที่มากขึ้น ผ่านวิธีการผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อดึงเนื้อผิวให้กลับมาตึงกระชับขึ้นอีกครั้ง

ดึงหน้ามีกี่แบบ?

การดึงหน้าเป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ปัญหาผิวที่มีมาอย่างยาวนาน และได้พัฒนาเทคนิคการผ่าตัดใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อลดความซับซ้อนในการผ่าตัด ผลข้างเคียง รวมถึงทำให้ผิวหน้าที่ได้รับการแก้ไขดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น เช่น

1. การผ่าตัดดึงหน้าบริเวณชั้นเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ
มีอีกชื่อเรียกว่า “ดึงหน้าชั้น SMAS” เป็นเทคนิคการผ่าตัดดึงหน้าที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยแพทย์จะผ่าตัดเลาะเนื้อผิวลงไปยังชั้นเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อส่วนบน หรือชั้นผิว SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) แล้วปรับดึงเนื้อผิวชั้นนี้ให้ตึง รวมถึงตัดแต่งเนื้อผิวส่วนที่หย่อนยานมากทิ้งไป

2. การผ่าตัดดึงหน้าโดยไม่ใช้ยาสลบ
เป็นเทคนิคการดึงหน้าที่มีขั้นตอนการผ่าตัดไม่ต่างกับการผ่าตัดในข้อหนึ่ง แต่จะแตกต่างในส่วนของการงดใช้ยาสลบ เพื่อลดโอกาสเกิดภาวะแพ้ยาสลบ อาการง่วงซึม หรือมึนเบลอหลังจากผู้เข้ารับบริการตื่นขึ้นมา และแพทย์จะฉีดเพียงในส่วนของยาชาเพื่อป้องกันอาการเจ็บให้เท่านั้น

การพิจารณาผ่าตัดดึงหน้าโดยไม่ใช้ยาสลบจะขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เข้ารับบริการ เงื่อนไขการให้บริการในแต่ละสถานพยาบาล และตามดุลยพินิจของแพทย์

3. การผ่าตัดดึงหน้าโดยใช้ Endotine
เอนโดไทน์ (Endotine) คือ วัสดุขนาดไม่ถึง 1 เซนติเมตรที่มีรูปร่างคล้ายกับหมุดเล็กๆ มีก้านคล้ายกับหนามยื่นออกมาทั่วบริเวณหมุด ใช้สำหรับดึงผิวหน้าให้ตึงกระชับโดยเฉพาะ ผ่านการผ่าตัดเปิดเนื้อผิว จากนั้นใส่เอนโดไทน์ลงไปตามตำแหน่งต่างๆ เพื่อยึดและดันผิวที่หย่อนคล้อยหรือยุบตัวลงจนเห็นเป็นร่องให้กลับมาตึงอีกครั้ง เหมือนกับการใช้หมุดยึดผ้าผืนหนึ่งที่กำลังหย่อนและมีรอยยับให้กลับมาตึงแน่นทุกมุม

วัสดุเอนโดไทน์ที่นำมาใช้ในการดึงหน้ามักเป็นวัสดุที่สามารถละลายเองได้ตามธรรมชาติ ไม่สร้างอันตรายต่อเนื้อเยื่อ และยังมีหลายชนิดเพื่อให้เลือกใช้ได้กับบริเวณต่างๆ ของใบหน้าได้อย่างหลากหลาย เช่น

Endotine Forehead เป็นหมุดขนาดเล็กมีรูปร่างเป็นสามเหลี่ยม ใช้สำหรับดึงหน้าส่วนหน้าผาก อาจรวมถึงร่องเหนือคิ้วด้วย
Endotine TransBleph เป็นก้านหมุดที่มีหนามยื่นออกมาสามส่วนคล้ายกับส้อม ใช้สำหรับยกหางคิ้ว เพิ่มระยะของชั้นตาเพื่อแก้ปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ดวงตาเศร้า และปรับให้ดวงตาดูกลมโตขึ้น
Endotime Midface เป็นก้านหมุดยาวที่ส่วนปลายเป็นวงกลม ใช้สำหรับดึงผิวแก้มที่หย่อนจนเห็นร่องแก้มชัด
Endotine Ribbon เป็นเส้นหมุดขนาดเล็กเป็นก้านยาวเหมือนริบบิ้น มีหนามเล็กๆ ตั้งแต่ต้นจรดปลาย ใช้สำหรับดึงผิวส่วนล่างของใบหน้า เช่น มุมปาก ลำคอ กรอบหน้าที่ผิวหย่อนยาน ไม่ดูอ่อนเยาว์
4. การผ่าตัดดึงหน้าโดยการส่องกล้อง (Endoscopic lift)
อีกเทคนิคการผ่าตัดดึงหน้าแบบใหม่เพื่อให้ได้แผลที่เล็กกว่าและไม่ต้องพักฟื้นนาน ผ่านการใช้อุปกรณ์กล้องขนาดเล็กในการผ่าแยกชั้นผิวออก แล้วจึงดึงเนื้อผิวส่วนที่มีปัญหาให้กลับมาตึงและดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง

การผ่าตัดดึงหน้าแบบส่องกล้องมักนำมาใช้ทดแทนเทคนิคการผ่าตัดดั้งเดิมซึ่งจะต้องมีการกรีดเปิดผิวขนาดใหญ่ และยังนิยมใช้ในการผ่าตัดร่วมกับใช้วัสดุเอนโดไทน์ด้วย เพื่อให้แพทย์หาตำแหน่งในการติดตั้งเอนโดไทน์ได้อย่างแม่นยำร่วมกับมีแผลหลังผ่าตัดขนาดเล็กและในตำแหน่งที่ยากจะสังเกตเห็น

ดึงหน้า และ คอ โดยทีมแพทย์ พุฒิภัทรคลินิก Puttiphat Clinic

• เทคนิค “Face Lift” เทคนิคเฉพาะของ พุฒิภัทรคลินิก Puttiphat Clinic ซึ่งเป็นการประยุกต์ข้อดีของเทคนิคการผ่าตัดดึงหน้าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทำให้แผลเล็ก เจ็บน้อย หายเร็ว และผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ
• มีความคงทนและยาวนาน
• สามารถทำแยกส่วนได้ตามปัญหาในแต่ละบุคคล
• ปรับความตึงในการเย็บกล้ามเนื้อตามปัญหาความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะตรวจวัดประเมินความหย่อนคล้อยของใบหน้า ก่อนทำการผ่าตัด ทำให้แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด และผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ
• มีความปลอดภัย เพราะใช้วิธีการฉีดยาชา **โดยไม่ใช้ยาสลบ
• ศัลยแพทย์มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์
• ทุกขั้นตอนจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์
• ใช้เครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ และวัสดุอุปกรณ์ที่ดีที่สุด ได้มาตรฐานทางการแพทย์ เป็นที่ยอมรับระดับสากล ปลอดภัย เครื่องมืออุปกรณ์ทุกชิ้นปลอดเชื้อ

ต้องผ่าตัดทุกส่วนเลยหรือไม่ ?

คนไข้ไม่จำเป็นต้องทำการผ่าตัดดึงหน้าทุกส่วน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล ซึ่งศัลยแพทย์เฉพาะทาง ของ พุฒิภัทรคลินิก Puttiphat Clinic จะเป็นผู้ตรวจวิเคราะห์ และตัดสินใจร่วมกับคนไข้ โดยเน้นบริเวณที่คนไข้กังวลใจที่สุดก่อน

บริเวณที่แก้ไขด้วยการผ่าตัดดึงหน้าแบ่งได้เป็น 3 ส่วน ได้แก่

1. ใบหน้าส่วนบน มีผลคือ บริเวณหน้าผากตึงขึ้น ริ้วรอยหายไป คิ้วและตาที่ตก ถูกยกขึ้นด้วย แผลจะอยู่บริเวณไรผมเหนือศรีษะ

2.ใบหน้าส่วนกลาง และ ส่วนล่าง คือ ได้บริเวณหางตา หางคิ้ว ขมับ ร่องแก้ม รองน้ำหมากถูกยกขึ้น แผลจะอยู่บริเวณบนไรผมช่วงขมับจนถึงหน้าหู

3. คอ คือ บริเวณลำคอทั้งหมด แผลจะอยู่บริเวณหลังใบหู หรือบริเวณใต้คางร่วมด้วย

สำหรับผู้ที่มีความกังวัลใจเรื่องรอยแผลเป็นหลังผ่าตัดดึงหน้า

คนไข้ส่วนใหญ่มักจะกังวลใจเรื่องแผลเป็นหลังการผ่าตัด ว่าจะสังเกตเห็นได้ชัดเจนหรือไม่ ศัลยแพทย์จะเย็บและซ่อนแผลตามตำแหน่งที่กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งแพทย์ที่ทำการผ่าตัดเป็นศัลยแพทย์เฉพาะทาง มีประสบการณ์ และเทคนิคการเย็บแผลอย่างปราณีต ซึ่งยากต่อการสังเกตเห็น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลหลังการผ่าตัดของคนไข้ด้วย

สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกไปคลินิกเพื่อให้หมอประเมินรูปหน้า สามารถคลิ๊ก เพื่อปรึกษาผ่านทางออนไลน์ได้เลย ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ปรึกษา ฟรี คลิ๊กปุ่ม FB ด้านล่างได้เลย

สามารถรับข่าวสารเพิ่มเติมจาก  Puttiphat Clinic  พุฒิภัทรคลินิก  ได้เลยที่นี่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *