เช็คด่วนก่อนจะสายเกินแก้ สัญญาณเตือนก่อนจมูกทะลุ พร้อมข้อแนะนำ ที่ควรระวังเบื้องต้น – พุฒิภัทรคลินิก Puttiphat Clinic
หากพูดถึงการทำศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้คงจะหนีไม่พ้นการทำศัลยกรรมเสริมจมูก เพราะนอกจากจะทำให้ใบหน้าดูสวยและมีมิติขึ้นแล้ว ยังช่วยปรับแก้รูปทรงจมูกที่เป็นปัญหาได้อีกด้วย โดยเริ่มต้นศัลยแพทย์จะทำการวิเคราะห์ทรงจมูกและวัสดุที่เหมาะสมกับปัญหา รวมถึงเงื่อนไขของคนไข้แต่ละคน ซึ่งสิ่งสำคัญนอกเหนือจากความสวยงามของทรงจมูก นั่นก็คือความปลอดภัยและผลลัพธ์ในระยะยาว
แต่อย่างที่ทราบกันดีว่าเหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ การเสริมจมูกก็เช่นกัน ต้องยอมรับว่าหลังการทำศัลยกรรม เสริมจมูก บางเคสก็จะได้ผลลัพธ์ดี สวยโด่งเป็นที่น่าพึงพอใจ แต่ก็อาจจะมีบางเคสที่สามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจมูกเบี้ยวหรือเอียง เนื่องจากซิลิโคนเคลื่อนที่ จมูกอักเสบ ปลายจมูกบาง เสี่ยงทำให้จมูกทะลุ เนื่องจากการเสริมจมูกที่โด่งมากและฝืนเนื้อจมูกตัวเองจนเกินไป เมื่อมีคนทำออกมาแล้วดูดี ก็ย่อมมีคนที่ทำแล้วพลาด โดยเฉพาะเคสที่เสริมจมูกโด่งจนเกินไป ซึ่งผลที่ตามมาคือทำให้ปลายจมูกบาง และเสี่ยงต่อการเกิดซิลิโคนทะลุได้ สำหรับใครที่กำลังกังวลเกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้อยู่ละก็ วันนี้ พุฒิภัทรคลินิก ก็ได้นำสัญญาณเตือนก่อนจมูกทะลุมาฝาก เพื่อที่จะได้รีบแก้ไขและควรระวังก่อนที่จมูกพังจนถึงขั้นเสียโฉมได้ ส่วนจะมีอาการอย่างไรบ้าง ว่าแล้วอย่ามัวรอช้ารีบมาเช็กอาการกันเลยครับ ว่า จมูกทะลุมีอาการเป็นอย่างไรบ้าง …
1. เมื่อใช้มือลูบปลายจมูกแล้วรู้สึกเสียว
อาการเสียวปลายจมูกหลังใช้มือลูบเกิดจากซิลิโคนดันออกมาใกล้ผิวหนังมากเกินไป ทำให้ผิวบริเวณปลายจมูกบางลง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกว่าจมูกของคุณใกล้จะทะลุแล้ว
2. ผิวบริเวณปลายจมูกมีลักษณะมันวาวกว่าปกติ
เมื่อคุณส่องกระจกแล้วสังเกตเห็นว่าผิวบริเวณปลายจมูกสะท้อนแสง หรือมันวาวกว่าปกติ อาการเหล่านี้แสดงว่าเนื้อบริเวณปลายจมูกเริ่มบางมากจนมองเห็นผิวของซิลิโคนใต้ผิวหนังนั่นเอง
3. ผิวบริเวณจมูกเริ่มเปลี่ยนสี
ในกรณีนี้เกิดจากจมูกบางลง ทำให้สีผิวบริเวณจมูกเกิดความแตกต่างจากผิวบริเวณอื่นๆ เช่น เริ่มมีสีแดง ดำคล้ำ หรือขาวซีด เป็นต้น
4. มีสิวหัวช้างขึ้นบริเวณปลายจมูก
สำหรับใครที่มีสิวหัวช้างขึ้นบริเวณปลายจมูก ไม่ว่าจะรักษาด้วยวิธีไหนก็ไม่หาย ในทางตรงกันข้ามสิวกลับเกิดการอักเสบลุกลามส่งผลให้ให้เนื้อเยื่อที่หุ้มซิลิโคนเสริมจมูกเกิดอาการอักเสบ และติดเชื้อได้ ซึ่งผลที่ตามมาคือผิวหนังบริเวณจมูกบางลงและทำให้ซิลิโคนทะลุได้
5. ทรงจมูกมีการเปลี่ยนแปลง
หากทรงจมูกของคุณเริ่มยาวและงุ้มผิดปกติ ซึ่งปัญหาเหล่านี้มักพบในเคสที่เสริมจมูกมานานๆ อาจทำให้เนื้อเยื่อหุ้มบริเวณซิลิโคนมีความหนาและแข็ง จนเกิดการบีบรัดทำให้ซิลิโคนผิดรูป เอียง หรือเลื่อนลงมา ส่งผลให้จมูกเริ่มบางลงและนำไปสู่อาการจมูกทะลุได้
6. รู้สึกเจ็บบริเวณปลายจมูก
หากรู้สึกเจ็บบริเวณปลายจมูกเป็นระยะเวลานาน โดยอาการเจ็บอาจทวีความรุนแรงขึ้นหรือไม่มีท่าทีว่าจะหายไป ในบางเคสอาจมีน้ำขุ่นๆ หรือหนองไหลออกมา อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณว่าจมูกของคุณกำลังอักเสบและติดเชื้อ ซึ่งอาจทำให้จมูกทะลุได้
7. มีซิลิโคนโผล่ออกมา
ในบางกรณีอาจไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ แต่เมื่อสังเกตอีกทีกลับพบว่ามีซิลิโคนทะลุออกมาแล้ว โดยส่วนใหญ่จะเห็นเป็นแท่งสีขาวๆ ให้รีบไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรใช้มือไปจับ ดึง หรือปล่อยทิ้งไว้ เพราะอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อและเป็นอันตรายได้
วิธีการรักษาเมื่อ มีสัญญาณเตือนจมูกทะลุ
หากท่านเริ่มมีสัญญาณเตือน จมูกทะลุ ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น ขอแนะนำว่าให้รีบเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้อง ไม่ควรปล่อยไว้นาน เพราะอาจจะเกิดอันตรายมากกว่าเดิมจนทำให้เสียโฉมได้ ซึ่งแพทย์จะมีวิธีการรักษาดังต่อไปนี้
- หากยังอยู่ในช่วงสัญญาณเตือนที่ไม่ร้ายแรงมาก หรืออยู่ในช่วง ปลายจมูกแดง ยังไม่ทะลุ แพทย์จะทำการแก้ไขแล้วใส่ซิลิโคนเข้าไปใหม่ ซึ่งจะมีการปรับแก้ไขทรงจมูกให้เหมาะสมกับเนื้อจมูกของคนไข้แต่ละเคสด้วย
- หากมีปัญหาถึงขั้นจมูกจะทะลุแล้ว แพทย์จะทำการผ่าตัดนำซิลิโคนเดิมออก แล้วหลังจากนั้นจะให้คนไข้ทำการพักฟื้น เพื่อปรับสภาพของเนื้อจมูกเป็นระยะเวลาประมาณ 6 เดือนก่อน เนื่องจากเนื้อของจมูกยังไม่แข็งแรงมากพอ จึงไม่สามารถทำการเสริมซิลิโคนเข้าไปได้ทันที
- เมื่อทำการพักฟื้นจมูกแล้ว แพทย์จะทำการผ่าตัดแก้ไขจมูก โดยการนำ กระดูกอ่อนหลังหู หรือเนื้อเยื่อมารองบริเวณปลายจมูก เพื่อเพิ่มความหนาให้กับเนื้อจมูก และเสริมรูปทรงที่พอเหมาะกับจมูกของคนไข้ เพื่อลดความเสี่ยงในการทะลุอีกครั้ง
การศึกษาข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญที่อยากให้ทุกคนทำก่อนการทำหัตถการทุกครั้ง สำหรับความรู้ที่พุฒิภัทรคลินิก นำมาฝากกันในวันนี้ หากสาวๆหรือหนุ่มๆ คนไหนเริ่มมีสัญญาณเข้าข่ายอาการจมูกทะลุอยู่ล่ะก็ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงทีครับ
สำคัญ
แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์ก่อนการทำหัตถการทุกครั้ง !!
สิ่งแรกที่ควรระวังและควรให้ความสำคัญ คือการเลือกคลินิกหรือโรงพยาบาลที่จะทำการเสริมจมูก โดยต้องเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัย และแพทย์มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อเป็นการป้องกันการใช้ซิลิโคนปลอม จนทำให้จมูกพัง หรือมีปัญหาอื่น ๆ ตามมาภายหลัง และ ควรที่จะเลือกรูปทรงจมูกให้เหมาะสมกับเนื้อจมูกและทรงที่รับกับรูปหน้าของตัวเอง ไม่ควรที่จะเสริมโด่งฝืนเนื้อจนเกินไป เพื่อป้องกันจมูกเสี่ยงทะลุในอนาคต หากกรณีที่มีเนื้อจมูกน้อย ควรรองปลายจมูกด้วยเนื้อเยื่อตัวเอง หรือเนื้อเยื่อเทียม เพื่อป้องกันการทะลุเช่นกันครับ

