การศัลยกรรมจมูก เสริมจมูก คือ ?
การ เสริมจมูก เป็นการทำศัลยกรรมที่มีคนนิยมทำกันมากที่สุด ซึ่งการเสริมจมูกจะทำให้ปรับเปลี่ยนรูปหน้าไปเป็นอย่างมาก ปัจจุบันนี้มีเทคนิคในเรื่องการเสริมจมูกได้รับการพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด เช่น ศัลยกรรมเสริมจมูก แบบ Semi-Open ,เย็บอินเตอร์โดม,รองปลายด้วยเนื้อเยื่อเทียม เป็นต้น
การศัลยกรรม การเสริมจมูกแบ่งออกเป็น 2 วิธีหลักๆ ได้แก่
1. การใช้เนื้อเยื่อตัวเองเพื่อเสริมจมูก
ในการใช้เนื้อเยื่อตัวเองสามารถใช้ไขมัน กระดูกซี่โครง หรือ กระดูกอ่อนหลังหูที่เป็นที่นิยมอย่างมากในอดีต เป็นต้น ในบางกรณีอย่างการนำเอากระดูกหลังหูมาทำ อาจจะไม่สามารถทำได้เนื่องจากกระดูกที่ใช้อาจไม่พอทำเป็นเนื้อเยื่อเทียมได้
2. การใช้วัสดุภายนอกเพื่อเสริมจมูก
คือการใช้ซิลิโคน ซึ่งเป็นที่นิยมมากกว่าการใช้เนื้อเยื่อตัวเอง เพราะสามารถปรับแปลี่ยนและได้รูปร่างที่ต้องการมากกว่า และการทำศัลยกรรมจมูกนั้น จะต้องใช้ซิลิโคนที่เฉพาะที่มีเกรดทาง การแพทย์ (Medical grade)
ซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมจมูกมีทั้งแบบนิ่มและแบบแข็ง
หากคนไข้มีผนังจมูกบางควรใช้ซิลิโคนแบบนิ่ม เพราะถ้าใช้แบบแข็งอาจทำให้เกิดการทะลุ และถ้าหากคนไข้มีผนังจมูกที่หนาควรใช้ซิลิโคนแบบแข็ง เพราะหากใช้แบบนิ่มอาจจะทำให้มองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงของรูปจมูก
สิ่งที่อันตรายที่สุดของการศัลยกรรม เสริมจมูก
หลายคนอาจจะชื่นชอบการเสริมจมูกแบบฉีด แต่ในวงการแพทย์ไม่ได้ยอมรับวิธีการนี้และผิดกฎหมายอีกด้วย ซึ่งการเสริมแบบนี้ทำให้เกิดปัญหามาหลายเคส และเมื่อเกิดปัญหาจะไม่สามารถทำอะไรได้เลย ไม่สามารถเอาออกหรือรักษาได้ เนื่องจากมีการแทรกซึมและกระจายอยู่ทั่ว และจะมีผลข้างเคียง คือ อาการบวมแดงที่เกิดจากการอักเสบ ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
ก่อนทำศัลยกรรม เสริมจมูกสิ่งที่จะต้องศึกษา
จะต้องหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่างๆ เช่น วิธีการเสริมจมูก สถานที่ที่จะเข้ารับการเสริมจมูก แพทย์ที่จะมาผ่าตัด ให้เรา การเตรียมตัวก่อนทำศัลยกรรม และการดูแลหลังทำศัลยกรรม เป็นต้น และควรใช้วิจารณญาณในการแยกแยะระหว่างข้อมูลจริงและข้อมูลโฆษณาชวนเชื่อ
H2 การผ่าตัดเสริมจมูกมีกี่วิธี
การผ่าตัดมีหลายแบบ ที่นิยมใช้มี 2 แบบ คือ แบบปิดแผลผ่าตัด และ แบบเปิดแผลผ่าตัด
1. การผ่าตัดแบบปิดแผลผ่าตัดอยู่ในโพรงจมูก จะใช้ในกรณีที่ไม่มีความผิดปกติอื่น นอกจากดั้งจมูกแบนเพียงอย่างเดียวแต่ก็มี 2 วิธี คือ Close จะผ่าตัดเป็นแผลเล็กๆ ที่รูจมูกข้างเดียว แต่ผมเสียคือในระยะยาวอาจจะทำให้จมูกเบี้ยวได้เนื่องจากผังผืดฉุดรั้งกล้ามเนื้อด้านเดียว และ Semi-Open ผ่าตัดรูเล็กๆ บริเวณรูจมูกทั้งสองข้าง อีทั้งยังทำให้รูจมูกสวยขึ้นอีกด้วย
2. การผ่าตัดแบบเปิดแผลผ่าตัดจะมีแผลทั้งด้านนอกและในจมูก ใช้ในกรณีที่มีความผิดปกติของจมูก เช่น จมูกสั้นเกินไปต้องการทำให้จมูกยาวขึ้น จมูกงุ้ม ดั้งจมูกโค้ง โก่ง งอ หรือในบางรายเลือกเสริมแบบหยดน้ำ หากจะเลือกใช้วิธีไหนขึ้นอยู่กับผู้ป่วยและแพทย์ที่ทำการผ่าตัดพิจารณาร่วมกัน
การเตรียมตัวก่อนเสริมจมูก
- งดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 1 เดือน เนื่องจากผู้สูบบุหรี่จะมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังการเสริมจมูก ถึง 70%
- ภายใน 1 สัปดาห์ ควรงดเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด
- งดรับประทานยาลดกล้ามเนื้ออักเสบ ยาแก้ปวด เช่น ไอบิวโพรเฟน (Ibuprofen) หรือ ยากลุ่มแอสไพริน (Aspirin) แต่กรณีที่จำเป็นต้องใช้ แนะนำให้ใช้ยาพาราเซตามอนในการบรรเทาอาการปวดเท่านั้น
- ควรงดอาหารเสริมต่างๆ ทุกชนิด เช่น งดวิตามิน น้ำมันตับปลา เป็นต้น เนื่องจากอาหารเสริมเหล่านี้ อาจจะทำให้เกิดอาการเลือดหยุดไหลช้า อาจจะทำให้การเสริมจมูกยากขึ้นและหลังทำเสร็จให้หน้าบวมเป็นระยะเวลานาน
- งดของแสลงต่างๆ จำพวกของดอง น้ำอัดลม รวมถึงประเภทของอาหารทะเล
- ควรสวมเสื้อที่มีกระดุมด้านหน้า เพื่อที่จมูกจะไม่ได้สัมผัสกับตัวเสื้อ
- หากมีอาการหวัด น้ำหมูกไหล หรือมีการติดเชื้อบริเวณใกล้เคียง ควรรักษาให้หายก่อนเข้ารับการผ่าตัด
- สิ่งที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนรักษา คือ ประวัติการแพ้ยาหรือโรคประจำตัวต่างๆ
การเตรียมตัวในวันที่เสริมจมูก
หลังจากการเตรียมตัวก่อนเสริมจมูกแล้ว เรามาต่อด้วยการเตรียมตัวในวันที่ผ่าตัดเสริมจมูก สิ่งที่เราจะต้องทำ คือ
- หากใช้วิธีการดมยาสลบ จะต้องงดอาหารและน้ำ อย่างน้อย 8 ชั่วโมง
- หากไม่ได้ใช้วิธีการดมยาสลบ สามารถทานอาหารเบาๆ ก่อนเวลาผ่าตัดได้ช่วง 4-6 ชั่วโมง
- งดแต่งหน้า ล้างหน้า และทำความสะอาดจมูก
ขั้นตอนการเสริมจมูก
- ในกรณีที่คนไข้กลัวเจ็บ อาจจะต้องรับยานอนหลับแล้วนอนลงบนเตียงผ่าตัด
- แพทย์เริ่มทำการฉีดยาชาบริเวณจมูก
- แพทย์ตรวจสอบความพร้อมร่างกายของคนไข้และความชาของยาที่ออกฤทธิ์
- แพทย์ทำการผ่าตัด โดยตำแหน่งของการผ่าตัดจะอยู่ในรูจมูกส่วนปลายของจมูกแถวขนจมูก
- แพทย์ทำการเลาะแผลผ่าตัดเพื่อให้มีขนาดรองรับกับขนาดของซิลิโคน
- สุดท้ายแพทย์จะใส่ซิลิโคนเข้าไปที่บริเวณดังกล่าวและทำการเย็บแผลให้สนิท
การดูแลตัวเองหลังจากการเสริมจมูก
- ถ้าหากอยากให้อาการหลังผ่าตัดเป็นปกติให้หลีกเลี่ยงการโดนแผลบริเวณนั้น
- หลังการผ่าตัด 3 วันแรก ประคบเย็นเบาๆ บริเวณตาและจมูก เพื่อลดอาการบวม หลังจากนั้นให้ประคบอุ่น เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น
- งดสูบบุหรี่ งดเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด
- ทานยาตามที่แพทย์แนะนำจนกว่าจะหมด
- ทำความสะอาดแผลในจมูก ใช้ไม้พันสำลีที่ผ่านการฆ่าเชื้อชุบน้ำเกลือเช็ดเบาๆ แล้วทายาตามที่แพทย์สั่ง วันละ 2-3 ครั้ง
- ในช่วง 2 สัปดาห์หลังการผ่าตัด ให้ใช้สำลีชุบน้ำหรือน้ำเกลือเช็ดทำความสะอาดใบหน้า ห้ามให้แผลโดนน้ำ เพราะจะทำให้แผลหายช้า- งดแต่งหน้า ไม่กินของแสลงจำพวกของหมักดอง ดื่มน้ำใบบัวบก น้ำมะพร้าว เพื่อลดอาการฟกช้ำได้เร็วขึ้น
การแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการเสริมจมูก
1. เกิดอาการจมูกเบี้ยว
อาจจะเกิดจากการเสริมจมูกแท่งซิลิโคนขนาดที่ใหญ่เกินไป หรือ ซิลิโคนไม่ได้มีตัวรับกับฐานของจมูก วิธีการแก้ไขคือผ่าตัดใหม่ โดยแพทย์จะเอาแท่งซิลิโคนเก่าออก แล้วให้คนไข้พักจมูกเป็นเวลา 2-3 เดือน เพื่อทำการเสริมซิลิโคนแท่งใหม่เข้าไป
2. ซิลิโคนมี่เสริมจมูกทะลุ
อาจจะมีสาเหตุมาจากการเสริมแท่งซิลิโคนที่ใหญ่เกินขนาด หรืออาจจะเป็นเพราะซิลิโคนไม่มีฐานรองรับสันจมูก ทำให้ซิลิโคนอยู่ในช่องไม่มั่นคง ทำให้เลื่อนไปมาและเกิดการทะลุได้ วิธีการรักษาคือผ่าตัดใหม่โดยให้คนไข้พัก 2-3 เดือน ซึ่งแพทย์จะทำการรักษาตั้งแต่ในขั้นของซิลิโคนเกือบทะลุ คือเมื่อเริ่มมีตุ่มน้ำเกิดขึ้น หรือผนังเริ่มบางใสจนมองเห็นแท่งซิลิโคน การเสริมจมูกจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนตัดสินใจเพื่อความปลอดภัย และไม่ควรเสริมขนาดที่ใหญ่เกินไปเพราะจะทำให้เกิดการแทรกซ้อนได้ เช่น จมูกเบี้ยวหรือซิลิโคนทะลุดังที่กล่าวไปเมื่อสักครู่ ทั้งนี้ควรเลือกขนาดแท่งที่พอดีกับใบหน้าและทรงจมูกเดิม เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น สิ่งสำคัญเพื่อที่จะให้จมูกเราสวยอย่างที่คาดคิด คือควรปฏิบัติตนตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด


Pingback: เนื้อเยื่อเทียม คืออะไร? ปลอดภัยแค่ไหน? มาดูกัน!